วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาของพื้นหินอ่อน


ปัญหาของพื้นหินอ่อน
หินอ่อนเมื่อมีระยะเวลาการใช้งานที่นาน มักพบปัญหาหินเปลี่ยนสีหรือมีการหลุดร่อน จึงมีแนวทางการแก้ปัญหาและสาเหตุของปัญหาเหล่านี้ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไข
ปัญหา
- หินอ่อนที่ปูใหม่มักเดินแล้วพบว่าเกิดการสะดุด สาเหตุนั้นมาจากการปูที่ไม่เรียบ สามารถแก้ไขได้ด้วยการขัดเพื่อปรับระดับหน้าหินให้มีความเรียบและเสมอ หากมีมากให้รื้อถอนออกเพื่อปรับระดับใหม่
- หินอ่อนด้าน ไม่เงางามและมีรอยขีดข่วน สาเหตุเนื่องมาจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน หรืออาจเกิดในระหว่างการก่อสร้างที่ไม่ได้รับความระมัดระวังมาก เพราะอาจมีการเดินเหยียบบ่อยๆ สาเ
หตุนี้แก้ไขได้ด้วยการลอกหน้าหินออกด้วยการขัดหน้าหินใหม่ ซึ่งการขัดหน้าหินใหม่นั้นต้องอาศัยเครื่องขัดความเร็วรอบต่ำ ไม่เช่นนั้นจะเกิดรอยเป็นวงหรือเป็นรอยขนแมว
- รอยแตกร้าวหรือเป็นรูที่หินอ่อน สาเหตุเกิดจากการกระแทกหรืออาจมีของเหลวตกใส่ สามารถแก้ไขได้ด้วยการอุดรอยแตกร้าวด้วยโพลีเอศเตอร์เรซิ่นหรือเปลี่ยนแผ่น หินใหม่
- ปูนยาแนวหลุด สาเหตุอาจเกิดมาจากน้ำยาเคมีหรือการกัดเซาะของน้ำ แก้ไขด้วยโพลีเอสเตอร์เรซิ่นหรือปูนยาแนวสีเดิม
- คราบเครื่องดื่ม สาเหตุอาจมาจากชากาแฟหรือน้ำซึม ซึ่งมักพบว่าเกิดกับหินอ่อนมากที่สุด การแก้ไขนั้นทำได้ด้วยการขัดลอกหน้าออกแล้วเคลือบใหม่ หรือป้องกันโดยการหันมาใช้ที่รองแก้วในการดื่มเครื่องดื่ม หากมีการหกเลอะ ควรรีบทำความสะอาดโดยการเช็ดออก เพราะธรรมชาติของหินเป็นรูพรุนจึงทำให้น้ำซึมซับได้เร็วมาก
- สีของหินเปลี่ยนและขุ่นมัว เกิดจากการที่ฝุ่นและคราบฝั่งอยู่ในหินที่เคลือบแว๊กซ์ และแว๊กซ์หลุดล่อนดังนั้นการแก้ไขต้องลอกแว๊กซ์ออก ขัดเงาและลงน้ำยาเคลือบเงาตาม
- สีของหินเปลี่ยน เกิดจากความชื้นซึมขึ้นมาจากด้านล่าง มักพบในบ้านที่เกิดปัญหาน้ำท่วมบ่อยหรือมีปริมาณความชื้นใต้ดินสูง ซึ่งความด่างในปูนจะทำปฏิกิริยากับเนื้อหินทำ
ให้เป็นรอยด่างและเปลี่ยนสีไปในที่สุด การแก้ปัญหานั้นต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยการรื้อออกเปลี่ยนใหม่ และแก้ปัญหาเรื่องความชื้นซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานดังนั้นการขัดหน้าหิน อาจไม่ช่วยอะไร เพราะรอยเกิดจากการร้าวที่ด้านหลัง
- หินหลุดล่อน สาเหตุเกิดจากความชื้นหรือการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน การแก้ไขถ้าเป็นงานใหม่ต้องมีการรื้อออก สาเหตุมักมาจากความชื้น การแก้ปัญหาคือ ต้องรื้อออกปรับ
แก้เรื่องความชื้น

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

การ ศึกษาข้อดี และข้อเสีย

การ ศึกษาข้อดี และข้อเสีย เพื่อเปรียบเทียบระหว่างหินแกรนิต กับหินอ่อนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณ สามารถเลือกชนิดหินได้เหมาะสมกับโครงการของคุณ หินอ่อนอาจดูสวยงาม แต่มันก็มีข้อเสียของมัน มีหลายคนที่เลือกใช้หินอ่อน หรือหินแกรนิตในการตกแต่งภายใน หินเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านของเรา ด้วยความที่มันมีลวดลายและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ มันจึงถูกใช้ในการตกแต่งบ้านอย่างมากมาย แต่ถึงแม้ว่าหินเหล่านี้จะสวยงามขนาดไหนก็ตาม คุณมีความรู้เกี่ยวกับมันมากพอที่จะจัดวางมันในตำแหน่งที่เหมาะสมในบ้านแล้ว หรือยัง?

คุณทราบข้อแตกต่างระหว่างหินพวกนี้หรือเปล่า? เราจะมาดูความแตกต่างของหินแกรนิตกับหินอ่อนกัน

หินแกรนิต เป็นหินแข็งที่มีความทนทานมาก ส่วนใหญ่ทำมาจากแร่ควอตซ์และไมก้า โดยการหลอมที่ความร้อนสูง สีและลวดลายของหินแกรนิตจะถูกกำหนดโดยความเร็วในการทำให้เย็นและปริมาณของ แร่ควอตซ์และไมก้าที่มีในหินแต่ละชิ้น

ข้อดีและข้อเสียของหินแกรนิต หินแกรนิตถือว่าเป็นหินที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งในการตกแต่งบ้าน เนื่องจากหินแกรนิตทนต่อการขีดข่วน คุณสมบัติอื่นๆ ได้แก่ ไม่เป็นรอยคราบเปื้อน แตก หรือไหม้แค่นี้ก็ทำให้มันเป็นหินที่ใช้กันทั่วไปในบ้านในปัจจุบัน มันมีสีที่สวยงามและช่วยเพิ่มความงามให้กับพื้นที่โดยรอบการใช้หินแกรนิตจะ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยตราบใดที่คุณทำความสะอาด มันเป็นประจำสำหรับข้อเสียของหินแกรนิตนั้นไม่มีเลย จึงไม่น่าแปลกที่เจ้าของบ้านต่างก็นิยมใช้หินแกรนิต

ข้อดีและข้อเสียของหินอ่อน หินอ่อนต่างจากหินแกรนิตตรงที่มันไม่ทนต่อรอยขีดข่วน ที่จริงแล้วหินอ่อนเป็นรอยข่วนได้ง่ายมาก และยังเป็นรอยคราบเปื้อนได้ง่ายอีกด้วยหากคุณใช้หินอ่อนในห้องครัว คุณต้องระวังให้มากเพราะมันสามารถเป็นรอยไหม้ได้ ดังนั้น ความร้อนและรอยคราบเปื้อนจึงสามารถทำให้ความสวยงามของหินอ่อนหมดไปได้ สำหรับ ข้อดีของการใช้หินอ่อนนั้น ไม่มีอะไรนอกจากที่ว่ามันสวยงามน่ามอง ความเรียบของหินอ่อนนั้นสวยงาม จนเป็นที่นิยมใช้ในงานแกะสลักที่มีชื่อเสียง ในการเลือกใช้หินทั้งสองชนิดในการตกแต่งบ้านนั้น สามารถเลือกใช้ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด มีหลายคนชอบใช้หินเหล่านี้ในห้องครัว เช่น เป็นพื้นบนเคาน์เตอร์และโต๊ะอาหาร หรือโต๊ะในห้องรับแขก บางครั้งอาจใช้เป็นส่วนประกอบของผนังบ้านก็ได้ ห้องน้ำก็เป็นอีกที่ในการใช้หินเหล่านี้ตกแต่ง การใช้หินอ่อน หรือหินแกรนิตจะช่วยเพิ่มความหรูหราและความซับซ้อนให้กับบ้านของคุณ และเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับบ้านของคุณได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

ข้อเสียจากการใช้งานพื้นหินอ่อน

ข้อเสียจากการใช้งานพื้นหินอ่อน

พื้นหินอ่อนเมื่อมีการถูกใช้ไปสักระยะเวลาหนึ่งแล้ว มักจะเกิดการเปลี่ยนสีขึ้น เหตุเนื่องจากสภาพการใช้งานและสภาพอากาศ แรงกระแทก รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ด้วย
ซึ่งมีวิธีการแก้ไข  ดังนี้
- ถ้าหากพื้นหินอ่อนของบ้านคุณผิวไม่เรียบ เดินบนพื้นหินอ่อนแล้วมีการสะดุดให้ดำเนินการแก้ไขด้วยการปรับระดับหน้าหิน อ่อน แต่ถ้าเป็นมากให้ติดต่อช่างผู้ที่มีความชำนาญงานในเรื่องพื้นหินอ่อนโดย เฉพาะ จากบริษัทผู้ผลิต ผู้ขายหินอ่อน หรือร้านรับติดตั้งพื้นหินอ่อน ให้ทำการรื้อพื้นหินอ่อนออกทั้งหมดแล้วจึงทำการปรับระดับพื้นหินอ่อนใหม่
- ปัญหาพื้นหินอ่อนด้าน หมดความเงางาม และมีรอยขีดข่วนเนื่องจากการใช้งาน ให้แก้ไขด้วยวิธีการลอกหน้าหินอ่อนโดยการขัดหน้าหินอ่อนใหม่ ซึ่งในการขัดหน้าหินอ่อนใหม่นี้จะต้องใช้ความเร็วรอบที่ต่ำ เพื่อป้องกันการเกิดรอยขนแมวและรอยเป็นวง
- ถ้าพื้นหินอ่อนมีรอยแตกร้าว ให้ทำการอุดรอยแตกนั้นด้วยโพลีเอสเตอร์เรซิ่นหรือทำการเปลี่ยนแผ่นหินใหม่ก็ได้
- ปูนยาแนวหลุดร่อน แก้ไขโดยยาแนวใหม่ด้วยปูนยาแนวสีเดิม
- สีของหินอ่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงและขุ่นมัว โดยเกิดจากฝุ่นที่ฝังอยู่ในหินอ่อนเคลือบแวกซ์ แก้ไขโดยการลอกแวกซ์ออก แล้วทำการขัดเงาและลงน้ำยาขัดเงาตามหลัง
ทั้งนี้คุณสามารถขอรับคำเสนอแนะในการใช้งานพื้นหินอ่อนได้จากแหล่งซื้อ ขายหินอ่อนที่มีอยู่ทั่วไป 




วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

การใช้งานสีกรดย้อมคอนกรีต


• Concrete Acid Stain •
——————————————————-
สีกรดย้อม : เป็นสีย้อมผิวคอนกรีตที่มีค่าความเป็นกรดด่างน้อยกว่า 7(pH<7) ซึ่งเมื่อทาลงพื้นผิวที่มีความเป็นด่าง (pH >7) เช่น คอนกรีตหรือผิวปูนซีเมนต์ที่แห้ง และแข็งตัวเต็มที่ หรือพื้นผิวที่มีซีเมนต์เป็นส่วนประกอบ สีกรดย้อมคอนกรีต จะแทรกซึมเข้าไปในพื้นผิวและเกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น ทำให้สีติดแน่นคงทนไม่หลุดล่อน ตราบเท่าความคงทนของพื้นผิวนั้นๆ คือ หากพื้นผิวชำรุดแตกหักเท่านั้น สีกรดย้อมก็จะหลุดตามพื้นผิวนั้นเอง

เคาท์เตอร์ทอป
• สีกรดย้อมคอนกรีตงานตกแต่ง เคาเตอร์ ครัว •
———————————————————-
   สีกรดย้อมคอนกรีตสีกรดย้อมคอนกรีตเป็นท๊อปปิ้งซีเมนต์ ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถแทรกซึมและยึดเกาะพื้น ผิวคอนกรีตได้ดีให้ความโปร่งแสงของสีที่ย้อมหรือทึบแสงได้ตามต้องการ สามารถออกแบบลวดลาย สีได้ตามต้องการกลิ่นเบา บางไม่ส่งกลิ่นรบกวนผู้ใช้ อีกทั้งยังเป็นระบบน้ำซึ่งปลอดภัยต่อผู้ใช้และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เคาท์เตอร์ทอป
• การใช้งานสีกรดย้อมคอนกรีต •
——————————————————-
วิธีใช้ สามารถใช้ได้โดยตรงไม่ต้องเจือจาง โดยการทาด้วยแปรงลูกกลิ้งหรือพ่น สามารถผสมสีก่อนการย้อม หรือในขณะที่ทำงานได้ สามารถเพิ่มความเข้มของสีได้ตามที่ต้องการ โดยการเพิ่มจำนวนครั้งที่ย้อม สีของพื้นผิวซีเมนต์มีผลต่อสีกรดที่ย้อมจึงควรทดลองย้อมลงพื้นที่เล็กๆก่อน การทำงานจริง สามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกความคงทนสีขึ้นอยู่คุณภาพพื้นผิวคอนกรีต พื้นที่ใช้งาน 1 ลิตรสามารถครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 25-30 ตรม. โดยประมาณ
——————————————————————–

สีกรดย้อมคอนกรีต

การทำสีกรดย้อมบนพื้นคอนกรีต

สีกรดย้อมคอนกรีต  ACID COLOR STAIN
  สี กรดย้อม เป็นเทคนิคเก่าแก่ในการทำสีบนผิวคอนกรีตโดยมีส่วนผสมของน้ำ, กรด และ เกลืออนินทรีย์ เป็นตัวเกิดปฏิกิริยากับส่วนของปูนซีเมนต์ และเมื่อนำไปทาบนผิวคอนกรีต (ปูนซิเมนต์แข็งตัว) ก็จะทำให้เกิดสีขึ้น สีที่เกิดจะติดแน่น มีความโปร่งใส การเกิดสีจะเป็นไปตามผิวคอนกรีตใหม่เก่า และปริมาณอัตราส่วนของซีเมนต์ที่ใช้
สี กรด เมื่อทาลงพื้นผิวคอนกรีตหรือผิวปูนซีเมนต์ที่แห้ง และแข็งตัวเต็มที่ หรือพื้นผิวที่มีซีเมนต์เป็นส่วนประกอบ สีจะแทรกซึมเข้าไปในพื้นผิวและเกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น ทำให้สีติดแน่น คงทนไม่หลุดล่อน ตราบเท่าความคงทนของพื้นผิวนั้นๆ

ขั้นตอนการทำสีกรดย้อมบนพื้นคอนกรีต
1.ทำความสะอาดพื้นผิวที่ต้องการย้อม และใช้ดินสอหรือชอล์กวาดแบบ กรณีที่พื้นไม่เรียบให้ปรับให้เรียบอาจใช้วิธีขัดหรือฉาบใหม่
2.ใช้เลื่อยตัด(ลูกหนู)ตัดไปตามแบบที่วาดไว้ ไม่ควรให้ล่องลึกมาก
3. ลงสีกรดย้อมบริเวณทีต้องการ ด้วยแปรง การพ่น ผ้า หรือฟองน้ำโดยลงที่ละชั้น ลงสีอ่อนก่อนลงสีเข้ม
5.เมื่อ ลงสีครบตามต้องการ ปล่อยทิ้งให้แห้งและใช้น้ำเปล่า หรือน้ำผสมด่าง เช็ดล้างผิวอีกครั้งเพื่อขจัดเกลือที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาและขจัดสีที่ เหลือจากการทำปฏิกิริยา 6.ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งจากนั้นทาเคลือบผิวหน้าด้วยน้ำยาเคลือบใส(clear sealer)ตามต้องการ ปล่อยให้แห้ง
4) ปล่อยให้สีชั้นแรกแห้งก่อนที่จะลงสีชั้นอื่นๆ ซึ่งแต่ละชั้นต้องแห้ง ก่อนลงชั้นต่อไป

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

วัสดุที่ใช้ทำ Counter Top, วิธีทำความสะอาด และการดุแลรักษา

วัสดุที่ใช้ทำ Counter Top, วิธีทำความสะอาด และการดุแลรักษา



1. หินแกรนิต
เป็นหินที่ได้จากหินลาวา มีความแข็งแรง ทนความร้อน มีหลายสีส่วนใหญ่จะมีเกล็ดของแร่ธาตุ
เป็นเม็ดเล็กๆกระจายอยู่ในเนื้อหิน แบ่งได้เป็นสองปะเภท คือ ประเภทที่มีสีเดียว
และประเภทที่มีลายเป็นเส้นๆหลายสี มีการดูดซึมน้ำของเนื้อหินเนื่องจากมีรูพรุนในเนื้อหิน
ดังนั้นจึงมีโอกาสเกิดเชื้อราได้

วิธีทำความสะอาดและวิธีการดูแลรักษา1. ใช้ผ้าชุบน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดหิน บิดให้หมาด เช็ดถูอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง
2. ไม่ควรใช้ สบู่, ผงซักฟอก หรือกรดใดๆมาทำความสะอาดหิน
3. หากต้องการให้หินเงางามอยู่เสมอ ควรขัดมันหิน ประมาณ 3-4 ปีต่อครั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ

2.หินอ่อน
เป็นหินที่เกิดจากหินปูน มีสีและลวดลายสวยงาม ดูหรูหรา สะอาดตา มีความแข็งแรง
น้อยกว่าหินแกรนิต ไม่ทนความร้อน และมีรูพรุนในเนื้อหินมากกว่าหินแกรนิตทำให้
คราบไขมัน น้ำ กลิ่นอาหาร ฝังตัวในเนื้อหินได้ง่าย

วิธีทำความสำอาดและวิธีการดูแลรักษา
1. ใช้ผ้าชุบน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดหิน บิดให้หมาด เช็ดถูอาทิตยละ 1-2 ครั้ง
2. ไม่ควรใช้ สบู่, ผงซักฟอก หรือกรดใดๆมาทำความสะอาดหิน
3. หากต้องการให้หินเงางามอยู่เสมอ ควรขัดมันหิน ประมาณ 3-4 ปีต่อครั้งโดย
ผู้เชี่ยวชาญ

3. กระเบื้องเซรามิก
กระเบื้อง เซรามิกโดยทั่วไปถูกผลิตขึ้นจากการเผาดินเหนียวที่อุณหภูมิสูง แต่ปัจจุบันมีการผสมวัสดุหลากหลายประเภท เพื่อให้เกิดความแข็งแรง ทนความร้อน
และไม่ดูดซับน้ำ มีลวดลาย สีสันและผิวสัมผัสให้เลือกใช้มากมาย ทนต่อการขีดข่วน
ผิวไม่ซึมน้ำ หากมีแผ่นใดชำรุดสามารถซ่อมแซมเฉพาะจุดได้

วิธีทำความสำอาดและวิธีการดูแลรักษา
1. ใช้ผ้าชุบน้ำผสมผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานเจือจาง บิดให้หมาดแล้วเช็ด
จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ด แล้วเช็ดให้แห้ง
2. ไม่ควรใช้สารเคมีที่เป็นกรดมาทำความสะอาด
3. ควรขัดทำความสะอาด คราบสกปรกบริเวณปูนยาแนวอย่างสม่ำเสมอ

4. พลาสติกลามิเนต
พลาสติกลามิเนตผลิตขึ้นจากกระดาษ, เรซิน และพลาสติก มีสี ลวดลาย และผิวสัมผัส
มากมาย รวมทั้งความแข็งแรงหลายระดับ ติดตั้งโดยทากาวแล้วติดลงบนแผ่นไม้อัด
สามารถดัดโค้งได้ อาจเกิดรอยขีดข่วนจากของมีคมได้ง่าย

วิธีทำความสำอาดและวิธีการดูแลรักษา
1. ใช้ผ้าชุบน้ำผสมผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานเจือจางบิดให้หมาดแล้วเช็ด แล้วใช้ผ้า
ชุบน้ำสะอาดเช็ด จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. ห้ามขัดด้วยวัสดุผิวหยาบจะทำให้เกิดรอยขีดข่วน
3. ระวังอย่าให้เปียกน้ำ เนื่องจากจะทำให้กาวละลายและลามิเนตบวม
4. ไม่ควรวางภาชนะที่มีความร้อนสูงลงบนพื้นผิวโดยตรงเพราะจะทำให้เป็นรอยไหม้



วิธีทำความสำอาดและวิธีการดูแลรักษา
1. ใช้ผ้าชุบน้ำผสมผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานเจือจาง บิดให้หมาดแล้วเช็ด จากนั้น
ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ด แล้วเช็ดให้แห้ง
2. ใช้น้ำยาทำความสะอาดสเตนเลสสตีลโดยเฉพาะทำความสะอาด
5. หินสังเคราะห์
เป็นหินที่เกิดจากการผสมเนื้อหินกับสารเคมีเพื่อให้มีความแข็งแรงและสีสันที่หลายหลาย
กว่าหินในธรรมชาติ และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามผู้ผลิต ทนความร้อน รอยขีดข่วน
กรด และด่าง ไม่ซึมน้ำเพราะผิวไม่มีรูพรุน ทำความสะอาดง่าย แต่มีราคาสูงมาก

แบ่งเป็นประเภทต่างๆตามกระบวนการผลิตดังนี้

1. Conglomerate stone คือ การนำเศษหิน กรวด หลายชนิด และขนาดแตกต่างกัน
โดยใช้คอนกรีต หรือโพลีเอสเตอร์เรซิ่นเป็นตัวประสานให้หินยึดติดกัน และเคลือบโดยมีการ
ผสมสารเคมีลงเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน ทนต่อการขีดข่วน ทนต่อสภาวะกรดและด่าง
ไม่ดูดซึมน้ำ และป้องกันรังสี UV ทำให้หินไม่เปลี่ยนสีเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
ใช้ในงานตกแต่ง

2. Compress stone คือ การนำหินอ่อน หินแกรนิต หรือ หินควอทซ์มาย่อยให้มีขนาดเล็ก
ในปริมาณประมาณมากกว่า 92 % แล้วผสมกับโพลีเอสเตอร์เรซินชนิดพิเศษ ซึ่งเรซินจะเป็น
ตัวประสารให้เม็ดหินเกาะกัน แล้วอัดเป็นแผ่น จากนั้นนำเข้าอัดระบบสุญญากาศ แล้วนำมา
ขัดแต่งให้เรียบร้อย ซึ่งจะมีคุณสมบัติรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับหินธรรมชาติมาก แต่แข็งแรงกว่า
เป็นเงางาม ทนสารเคมี ไม่ดูดซับน้ำ และทนต่อแสงแดด หินที่ทำมาจากหินออ่อน
และแกรนิตเหมาะสำหรับใช้ภายใน ส่วนหินที่ทำมาจากหินควอทซ์เหมาะสำหรับใช้ภายนอก

วิธีทำความสำอาดและวิธีการดูแลรักษา1. ใช้ผ้าชุบน้ำผสมผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานเจือจาง บิดให้หมาดแล้วเช็ด จากนั้น
ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ด แล้วเช็ดให้แห้ง
2. ใช้น้ำยาทำความสะอาดหินโดยเฉพาะ ทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต
3. ไม่ควรใช้สารเคมีที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว หรือคลอรีนมาทำความสะอาด
4. ระวังรอยขีดข่วนจากของมีคม แต่ถ้าเกิดรอยแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยน้ำยาสำหรับ
หินสังเคราะห์โดยเฉพาะ
5. ขัดเงาด้วยน้ำยาขัดเงาทุก 6 เดือน